SEO คืออะไร ? ทำความเข้าใจ การทำอันดับ อัปเดต ใหม่ ล่าสุด 2022

SEO คืออะไร ? จะตอบคำถามนี้ได้ ต้องย้อนกลับไปดูเหตุผล ที่ทำให้เจ้าของเว็บไซต์ ต้องการจะทำอันดับให้ขึ้นมาอยู่ในหน้าแรกของ กูเกิ้ล ซึ่งปัจจัยที่ว่าก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง คือ ประหยัดงบประมาณโฆษณา ,เพิ่ม Traffic ให้คนมาเข้าเว็บ, เพิ่มจำนวนลูกค้าให้เข้ามาเลือกซื้อขายสินค้า แต่ไม่ว่าจะคุณจะมีเหตุผลอะไรก็ตามแต่ สิ่งสำคัญที่คนทำเว็บต้องรู้จักก็คงหนีไม่พ้น การทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับค้นหาบน Search Engine อย่างยั่งยืน

seo คือ

แล้วจะทำอย่างไรให้อันดับขึ้นไปอยู่หน้าแรกได้ล่ะ? ปัญหาที่มือใหม่หลายคนมักจะเจอเป็นประจำ ก็คือ ไม่ว่าคุณจะแต่งเว็บ ดีไซน์ ออกแบบมาสวยงาม ตระการตา หรือมี เนื้อหา คอนเทนต์ ที่ตอบโจทย์มากแค่ไหน แต่หากไม่รู้หลักการทำ seo ก็เป็นเรื่องอย่างที่จะมีคนเข้ามาดูเว็บไซต์ของคุณ

และแม้คุณจะทำอันดับเว็บไซต์ให้ติดอันดับต้นๆ ของ google ได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า อันดับเว็บไซต์ของคุณ จะมั่งคงอยู่ติดหน้าแรกตลอดไป นั่นก็เพราะว่า Algorithm ในการประเมินค่าวัดผลจัดอันได้ จะมีการ อัปเดต เวอร์ชั่นใหม่ๆ เข้ามาตลอด ยังไม่นับรวมคู่แข่งที่รอแซงจากด้านหลังอีกไม่รู้เท่าไหร่

ดังนั้น ในวันนี้เราเลยจะมา อัปเดตหลักการทำ SEO 2022 ที่จะบอกเนื้อหาเจาะจง แบบหมดเปลือกว่า คืออะไร, ทำไมถึงต้องทำ, SEO มีความสำคัญแค่ไหนกับเว็บไซต์ของคุณ และหากอยากจะให้เว็บติดหน้าหนึ่งบน Google ต้องทำอย่างไรบ้าง? พร้อมอัปเดตเทรนด์การไต่อันดับล่าสุด ที่จะพาคุณพุ่งทะยานไปสู่จุดหมาย ในระยะเวลาอันสั้น

SEO คืออะไร? มีประโยชน์ต่อคนทำเว็บแค่ไหน

Search Engine Optimization คือ

Search Engine Optimization หรือที่เรียกย่อๆ ว่า SEO คือ กระบวนการปรับแต่งเว็บไซต์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มการแสดงผล  Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ และมีเป้าหมายที่จะทำให้ KW ดังเกล่า ไต่อันดับขึ้นไปติดอยู่บนหน้าแรกของ Search Engine

ซึ่งกระบวนการ ในการปรับแต่ง หลักๆ ก็จะมีอยู่ 2 รูปแบบใหญ่ๆคือ ปับ On-page SEO และ Off-page SEO ซึ่งเมื่ออันดับการค้นหาหน้าเว็บไซต์ของคุณดีขึ้นมากเท่าไร เป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย นั่นก็เพราะว่า First Impression มีผลต่อการตัดสินใจ เลือกคลิกเว็บที่สูงมาก นั่นเอง

ดังนั้นในการแข่งขันทำ อันดับ SEO จึงจำเป็นต้องหมั่นคอยปรับปรุงเว็บไซต์  คัดสรร คอนเทนต์ให้มีคุณภาพ ตรงกลุ่มเป้าหมาย  รู้จักเลือกใช้ คีย์เวิร์ด (Keyword) บนหน้าเว็บเท่าที่จำเป็น  เพราะส่วนใหญ่หาก kw ที่คุณต้องการให้ติดอันดับมีการแข่งขันที่สูง เวลาคุณกด SERP (Search Engine Result Page)  ไป

ผลลัพธ์ที่เจอในหน้าแรกGoogle ด้านสุด ก็คือกลุ่มคนที่ซื้อโฆษณา โปรโมทเว็บโดยตรง โดยเรียกว่าการทำ SEM ที่ย่อมาจาก Search Engine Marketing ที่จะแตกต่างตาก SEO ตรงที่ ไม่มีค่าใช้จ่าย ใดๆ เลย

ทำไม การตลอดออนไลน์ต้องทำ SEO

ตามรายงานของ Statista ในปี 2021 ที่ผ่านมามีตัวเลขผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 4.66 พันล้านคน ดังนั้นการทำการตลาดออนไลน์ ( Digital Marketing ) จึงเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้หลายธุรกิจประสบความสำเร็จ และแน่นอนว่า SEO ก็เป็นอีกหนึ่งในช่วยที่สำคัญของธุรกิจเหล่านั้น

การทำการตลาดออนไลน์

ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ การทำเอสอีโอจึงเป็นสิ่งที่นักธุรกิจในยุคนี้ต้องทำ ไม่เพียงแค่ทำให้ธุรกิจของคุณอยู่รอดไปได้เท่านั้น หลายๆธุรกิจประสบความสำเร็จจากการทำการตลาดออนไลน์อีกด้วย และเมื่อเว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับต้นๆของการค้นหา โอกาสที่คุณจะขายสินค้าหรือทำกำไรได้จะมีสูงกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ในอันดับล่างๆนั่นเอง

3 เทคนิคทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆของการค้นหา

แน่นอนว่าการทำเอสอีโอไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่แค่การลงทุนด้วยเงินและเว็บไซต์ของคุณจะอยู่ในลำดับต้นๆของการค้นหาในทันที ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวม 3 วิธีง่ายๆในการทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ดีที่สุดของการค้นหา

  1. สร้างคอนเทนต์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

สิ่งแรกที่จะต้องทำคือการทำให้ออนเพจของเว็บไซต์ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ นอกจากนี้การสร้าง Content ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายก็สำคัญอย่างมาก ซึ่งคุณจะต้องตีโจทย์ให้ได้ว่าสิ่งที่กลุ่มลูกค้าของคุณต้องการคืออะไรและคุณจะต้องสร้างคอนเทนต์เหล่านั้นออกมาให้ได้

เพราะเมื่อคุณได้สร้างสิ่งที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย มันจะช่วยทำให้กลุ่มลูกเป้าหมายเข้าหาคุณง่ายขึ้น และเมื่อมีจำนวนคนเข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น อันดับเว็บไซต์ของคุณก็จะสูงขึ้น รวมถึงสินค้าของคุณก็จะขายได้มากขึ้นอีกด้วย

  1. ทำ Backlink จากเว็บไซต์อื่น

การทำ Backlink บนเว็บไซต์อื่นเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพและมีความน่าเชื่อมากยิ่งขึ้น วิธีการสร้างแบล็คลิงก์ที่น่าเชื่อก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการเขียนคอนเทนต์หรือสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ จากนั้นทำการยิงแบล็คลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ของคุณ เพียงเท่านี้เว็บไซต์ของคุณก็ได้แบล็คลิงก์ดีๆเรียบร้อยแล้ว

  1. สร้างสังคมออนไลน์

การทำให้เว็บไซต์ติดต่อดันต้นๆบน Google ไม่ใช่วิธีเดียวที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ แต่สังคมออนไลน์ต่างๆเช่น Blog , Facebook , IG , Twitter ถือเป็นสังคมออนไลน์ที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

นั่นเพราะคนส่วนใหญ่ใช้เวลาในการเล่นสื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้กันเป็นจำนวนมาก หลายคนใช้เวลาหลายชั่วโมงกับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นการที่คุณจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ การสร้าง Community หรือการเข้าสังคมออนไลน์เป็นอีกตัวช่วยที่ดีมากๆ

อัพเดทเทรนด์การทำ SEO ที่กำลังมาแรงในปี 2022

จากที่เราได้รู้กันไปแล้วว่าการทำ SEO เบื้องต้นสำคัญอย่างไรและมีวิธีอะไรบ้างที่จะทำให้เว็บไซต์หรือธุรกิจประสบความสำเร็จ ในครั้งนี้เราจะมาอัพเดทกันว่าในปี 2021 มีเทคนิคอะไรบ้างที่จะทำให้การทำเอสอีโอประสบความสำเร็จมากกว่าเดิม

ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลมาเป็นตัวช่วย

การทำ SEO มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด รวมถึงอันดับก็ยังมีขึ้นลงอยู่เสมอ ดังนั้นการวิเคราะห์ข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก และตัวช่วยที่กำลังได้รับความนิยมคงหนีไม่พ้น Google Analytics หรือ Google Search Console เนื่องจาก เครื่องมือSEO ทั้ง 2 ตัว จะทำให้คุณรู้ว่าผู้ชมเว็บไซต์มาจากไหน , เข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณด้วยคีย์เวิร์ดอะไร ฯลฯ

เครื่องมือทำ seo

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือต่างๆอย่าง Clicks, Traffic, Engagement, Impressions, Position, Bounce Rate ที่จะช่วยทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลของคุณครบถ้วนตรงตามที่ต้องการอีกด้วย

Page Experience เขียนคอนเทนต์ให้มีลักษณะ EAT ให้มากที่สุด

Page Experience ไม่ใช่แค่เทรนด์ในการทำคอนเท้นเท่านั้นนั้น แต่จริงๆแล้ว EAT คือสิ่งที่ Google ให้ความสำคัญอย่างมาก สำหรับสายคอนเทนต์แล้วละก็สิ่งนี้คือสิ่งที่คุณจะต้องเข้าใจและปรับตัวให้ดีที่สุด

E ( Expertise ) ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับคอนเทนต์นั้นๆ

A ( Authority ) การเป็นเจ้าของคอนเทนต์จะทำให้กูเกิ้ลให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เอามากๆ

T ( Trust ) คอนเทนต์ที่ออกมาจะต้องมีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ เช่น ชื่อนักเขียน , ที่มาของเว็บไซต์

เมื่อคุณสร้างคอนเทนต์ได้ตรงทั้ง 3 แบบ เว็บไซต์ของคุณก็จะได้ทราฟฟิกและมีผู้เข้าชมจำนวนมาก แน่นอนว่าอันดับเว็บไซต์ของคุณก็จะทะยานไปสู่อันดับต้นๆบนกูเกิ้ลอีกด้วย

Rank Zero ได้เปรียบกว่าอันดับท็อป 3

อีกหนึ่งเทคนิคทำเอสอีโอที่กำลังมาแรงนั่นคือ แรงค์ ซีโร่ หรืออันดับ 0 นั่นเอง เมื่อผลการค้นหาของคุณแสดงขึ้นมา Zero Position จะแสดงข้อมูลอยู่ในลำดับแรก ซึ่งการแสดงอันดับนี้ ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในเว็บที่ค้นหาข้อมูลด้านล่าง จึงทำให้สิ่งนี้ถูกเรียกว่า Rank Zero หรือ Zero Clicks

วิธีทำ Rank Zero

การที่เว็บไซต์อยู่ในลำดับ 0 มีความได้เปรียบอย่างมาก เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะเลือกคลิกเข้าเว็บไซต์ที่อยู่ในลำดับแรกสุด วิธีง่ายๆในการทำให้เว็บไซต์ของคุณติดแรงค์ซีโร่ก็ทำได้ง่ายๆด้วยการแก้หน้าเพจของคุณเอง โดยเริ่มต้นจากการปรับคียเวิร์ดให้เป็น Long Tail Keyword

เนื่องจากการใส่คีย์เวิร์ดที่มีความเฉพาะเจาะจงจะทำให้ผู้ค้นหาได้ข้อมูลตรงตามที่ต้องการมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างหากค้นหาด้วยคำว่า ‘’รองเท้าฟุตบอล’’ เว็บไซต์ต่างๆก็จะแสดงขึ้นมามากมาย ดังนั้นหากอยากได้ทราฟฟิกมากขึ้น ให้เพิ่มลองเทลคีย์เวิร์ดให้มากขึ้น เพียงเท่านี้เว็บไซต์ของคุณก็มีโอกาสติดอันดับ 0 ได้ง่ายๆแล้ว

Content Video กำลังเป็นที่ต้องการของ Google

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาทางกูเกิ้ลประกาศว่าพวกเขากำลังให้ความสำคัญกับการทำ Video Content รวมถึงในช่วงปีที่ผ่านมาทาง Google ยังมีการปรับให้คอนเทนต์เกี่ยวกับวีดีโอแสดงข้อมูลได้มากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นหากต้องการให้เว็บไซต์มีทราฟฟิกที่มาขึ้น การทำคอนเทนต์วีดีโอจึงเป็นสิ่งที่หลายธุรกิจควรทำ

คอนเทนต์วีดีโอ

ไม่เพียงเท่านั้นการใส่คีย์เวิร์ด อธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดของวีดีโอ ( Description ) รวมถึงการใส่ Tag Keyword ก็เป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผู้คนเข้าชมวีดีโอของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น และที่สำคัญการใส่รายละเอียดเหล่านี้ยังทำให้กูเกิ้ลชื่นชอบวีดีโอของคุณอีกด้วย

Keyword Research คืออะไร ทำไมจึงสำคัญต่อการทำ SEO

Keyword Research คือ ขั้นตอนการในการเลือกคำหรือวลีที่ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับคอนเทนต์ผ่านเครื่องมือค้นหา Search Engine ผ่าน Google, Bing และ YouTube โดยนำคำเหล่านั้นมาเปรียบทียบดูว่าแต่ละคำมีปริมาณ การค้นหามากเท่าไหร่ และสามารถนำไปใช้ต่อยอดในการทำอันดับได้ยากหรือง่าย

ความสำคัญของ Keyword Research ในการทำ SEO

การทำKeyword Research เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO ให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวกำหนดรายละเอียดงานในส่วนสำคัญต่าง ๆ ดังนี้

  1. ทำให้เราเข้าใจแบรนด์หรือธุรกิจมากขึ้น เหมาะสำหรับใครที่อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่ไม่รู้จะทำอะไรลองใช้คีย์เวิร์ดช่วยก็จะพบคำตอบที่ต้องการค้นหา
  2. Keyword Research ช่วยบอกข้อมูลสำคัญได้เป็นอย่างดี เช่น ธุรกิจของคุณได้รับความนิยมมากน้อยแค่ไหนโดยดูจากอันดับที่ค้นหาทาง Search Engine บน Google หรือการหาคีย์ที่ง่ายต้อการแข่งขัน ที่สำคัญยังสามารถดดูคีย์เวิร์ดของคู่แข่งว่าอยู่อันดับที่เท่าไหร่
  3. สามารถบอกว่าได้ผู้คนส่วนใหญ่กำลังค้นหาอะไรอยู่ สามารถนำมาปรับใช้ให้ธุรกิจของเรามีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นสามารถก้าวนำคู่แข่งได้
  4. Search Engine จะสามารถจัดอันดับให้เราได้ก็ต่อเมื่อ มันรู้ว่าธุรกิจของเราคืออะไร ดังนั้นการเขียนคีย์เวิร์ดบนหน้าเพจของเว็บไซต์จึงเป็นส่วนสำคัญ ที่ช่วยทำให้ Google สามารถจัดอันดับคีย์เวิร์ดที่เราใช้ได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้อีกด้วย

หากอยากทำ Keyword Research ต้องมีหลักการอะไรบ้าง

โดยทั่วไปการค้นหา Topic มาทำคอนเทนต์ควรเริ่มจากการทำ Keyword Research เป็นอันดับแรก โดยการลิสต์คีย์เวิร์ดที่อยู่ในใจจากนั้นนำมาเปรียบเทียบเพื่อดูอัตราการแข่งขันจากเครื่องมือที่เรากำลังจะแนะนำต่อจากนี้  หากคีย์ไหนมีการแข่งขันสูงมากเกินไปเราอาจลองหาคีย์อื่นที่มีอัตราการแข่งขันไม่สูงมาก เพื่อใช้เป็นช่องทางในการพาเว็บไซต์ไปอยู่ในอันดับดีๆ

  1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ดี จะช่วยให้การทำ SEO ในด้านแรกประสบความสำเร็จ ดังนั้นการเลือกคีย์เวิร์ดมาทำเอสอีโอจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะมันคือโอกาสทีช่วยเพิ่มจำนวน Traffic แบบ Organic ให้เข้ามาในเว็บไซต์เรามากขึ้นและยิ่งพวกเขาเข้ามามากเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะได้ลูกค้าเพื่อทำยอด Conversion ก็มีสูงมากขึ้นเท่านั้น การเลือกใช้คีย์เวิร์ดมีด้วยกันทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้
    • Seed Keyword คือ คำที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ ส่วนใหญ่จะเป็นคำที่สามารถนำไปใช้กับคีย์เวิร์ดประเภทอื่นๆได้
    • Niche Keyword คือ คำที่ขยายมาจาก Seed Keyword สามารถมองเป็นกลุ่มคำที่แสดงภาพรวมได้ ส่วนใหญ่จะอยู่บนหน้า Category
    • Niche Long-tailed Keyword คือ คำที่เฉพาะเจาะจงลึกลงไปถึงรายละเอียดของสินค้า ยกตัวอย่างเช่น รุ่น, สี และวิธีการทำ เพื่อจำกัดการค้นหาให้แคบทำให้เจอสิ่งที่ต้องการได้เร็วขึ้น
  1. เช็คดูคีย์เวิร์ดที่มักส่ง Traffic ไปหาคู่แข่งของคุณ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคของการทำ Keyword Research อันดับแรกให้ระบุคีย์เวิร์ดของคู่แข่งลงใน google ว่ามีคีย์ไหนติดบ้าง
  2. ใช้เครื่องมือ Keyword Research Tools มีลักษณะและวิธีการทำงานคล้ายกันคือ เมื่อเราป้อน Seed Keyword เข้าไป มันจะช่วยค้นหาคีย์เวิร์ดใหม่ ๆ มาจาก Database นอกจากนี้ยังช่วยเราวิเคราะห์แนวทางด้านต่างๆเพิ่มเติมได้อีกด้วย สำหรับเครื่องมือในการทำ Keyword Research ที่เราจะแนะนำ ใช้งานง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่สาย SEO

Google Trends

Google Trends เครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มค้นหาคีย์เวิร์ดที่กำลังได้รับความนิยม โดยสามารถนำคีย์เวิร์ดมาเปรียบเทียบเพื่อดูว่าคำไหนมียอดค้นหามากกว่ากัน

Uber suggest

Uber suggest เป็นเครื่องมือในการทำ SEO ที่ช่วยวิเคราะห์คีย์เวิร์ด, คอนเทนต์ หรือเว็บไซต์ของคู่แข่ง เพื่อนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาวางกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อช่วยทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับและทำ SEO ให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

SEMRush

SEMRush เป็นเครื่องมือที่นัก SEO ยกให้อันดับ 1 ของการทำ Keyword Research ดีที่สุด สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างละเอียดและเข้าใจง่าย

เคล็ดลับการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google

วิธีการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรกบน Google ได้นั้น ควรปรับแต่งเว็บไซต์ให้ถูกใจ Google เพื่อจะได้ขึ้นไปติดหน้า SERP โดยสามารถทำได้ทั้งแบบ On-page SEO และ Off Page SEO ซึ่งทั้งสองแบบมีวิธีการทำ SEO ที่แตกต่างกันดังนี้

On-page SEO คือ ปัจจัยภายในนอกที่สามารถสร้างความเข้าใจทั้งต่อคนที่เข้ามาค้นหาและต่อ Search Engine ซึ่งเป็นตัวช่วยสื่อว่าคอนเทนต์ของเรามีความเชื่อมโยงกับคีย์เวิร์ดที่ผู้คนค้นหาหรือไม่ ส่งผลให้เกิดการทำ Off page SEO ต่อไปด้วย

หลักเกณฑ์ที่ Google ใช้วัดการทำเว็บไซต์ให้ติดหน้าหนึ่ง คือ การConcernคุณภาพของคอนเทนต์โดยจะโฟกัส 3 ข้อหลักๆดังนี้

  1. คุณภาพคอนเทนต์ การทำคอนเทนต์ที่มีประโยชน์และให้ประสบการณ์ที่ดีกับผู้เอ่านถือเป็นสิ่งสำคัญ ของการสร้างเว็บไซต์
  2. การสร้างเว็บไซต์ควรมีความเคลื่อนไหวอยู่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาหรือปรังปรุงเว็บไซต์ก็ตาม
  3. จำนวน Traffic ที่เข้ามาบนเว็บไซต์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณได้ทำตาม 2 ข้อที่เราได้กล่าวมาข้างต้น ทั้งการสร้างคอนเทนต์และการอัปเดตบทความ ถ้าจำนวน Traffic ไหลเวียนบนเว็บไซต์ google จะมองว่าเว็บไซต์ที่เป็นรู้จักและมีความน่าเชื่อถือ

OFF – page SEO คือ การใช้ปัจจัยภายนอกเข้ามาช่วยทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักและมีความน่าเชื่อถือ เช่น การใช้ Blacklink จากเว็บไซต์อื่นแปะลงหน้าเว็บไซต์ของเขา เพื่อให้ย้อนกลับยังเว็บไซต์เรา การทำแบ็คลิงค์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

DoFollow Link

DoFollow Link เป็นลิงค์ที่ช่วยให้อันดับ SEO บนหน้า SERP เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลิงค์มาจากเว็บไซต์ Authority สูงโดยมีการแนบ Blackling ของเราเข้าไป

NoFollow Link

NoFollow Link เป็นลิงค์ที่ไม่ช่วยทำอันดับ SEO ให้กับเว็บไซต์ ส่วนใหญ่จะแปะไว้ตาม Comment บนโซเชียลมีเดียหรือกระทู้ในเว็บบอร์ด


ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2021 นี้เป็นปีที่มีการแข่งขันในโลกออนไลน์ ที่สูงมาก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด ดังนั้น หากคุณอยากทให้ธุรกิจให้เติบโตผ่านเว็บไซต์ การตามเทรนด์ให้ทัน จึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เราจึงจำเป็นที่จะต้องหมั่น ค้นหาความรู้ เพื่อที่จะได้พัฒนาขีดความสามารถให้ทันกับสถานการณ์โลก

แล้วพบกับสาระ บทความ SEO แยยเจาะลึกแบบนี้ได้ใหม่ ที่ therankone เท่านั้น