วิธีการใช้ low search volume กับ long-tial keyword ในการทำ seo

low search volume

หลายๆคนรู้กันดีว่าการเลือก keyword เป็นส่วนหนึ่งในการทำอันดับ แต่รู้ไหมว่าการใช้ Low Search Volume กับ Long-Tail Keword คือตัวเลือกที่ดีอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้การค้นหาเว็บไซต์ได้ดี ไม่แพ้การใช้ยอดค้นหา Vol ที่สูง เพราะการเลือกใช้คีย์ที่มี Vol ที่สูงนั้นก็หมายความว่ามีคู่แข่งมาก ทำให้เราต้องสู้กับอีกหลายๆเว็บนั้นเอง อาจจะยากเกินไป ดังนั้นการใช้เทคนิคการเลือกคีย์เวิร์ดอีกแบบก็น่าจะมีโอกาสติดอันดับการค้นหาบน Google

สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการทำ seo แนวใหม่ๆ เราจะมีแนะนำวิธีการการใช้คำค้นหาโวลุ่มต่ำกับวิธีการเลือกคีย์เวิร์ดยาวๆที่เหมาะสมกับเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยส่งผลให้เว็บของคุณมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี

ทำความรู้จัก Low Search Volume คืออะไร

Low Search Volume keyword มีคำจำกัดความจากกูเกิ้ลคือ เป็นการค้นหา keyword ที่เป็นกลุ่มคำการค้นหาน้อย หรือไม่มีการค้นหาคำสำคัญเหล่านั้นเลย โดยปกติระบบอัลกอริทึมในการจัดเก็บคีย์เวิร์ดของ Google จะทำหน้าเก็บประวัติการค้นหาจากผู้ใช้งานทั่วโลก พร้อมจัดลำดับความนิยมในกลุ่มคำต่างๆ ว่ามีการค้นหามากน้อยแค่ไหน แน่นอนอยู่แล้วว่าการเลือกคีย์เวิร์ดที่มีโวลุ่มต่ำจะทำให้มีโอกาสในการค้นหาที่ต่ำ ส่งผลให้การติดอันดับยาก และการทำคอนเทนต์ไม่ติดหน้าแรกได้อีกด้วย

Search-Engine-Result-Page

จากช่องทาง SERP (Search Engine Result Page) สามารถตรวจสอบ Top 100 Keywords โดยจะมียอดการค้นหามากกว่า 1 ล้านต่อเดือน แบ่งเป็นคีย์เวิร์ดยอดนิยมมีสัดส่วนที่เป็นกลุ่ม Long Tail Keywords มากถึง 70% นั้นหมายความว่าจะมีคำค้นหาโวลุ่มต่ำจำนวนมาก ถึงแม้ว่าจะมีการค้นหาที่ต่ำ แต่สามารถทำให้เห็นผลในกลุ่มแบรนด์สินค้าแบบเฉพาะเจาะจงได้ไม่ยาก

ทำไมเราถึงควรใช้ Low Search Volume keyword

การใช้คีย์เวิร์ดที่มีโวลุ่มต่ำเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการทำอันดับเพราะยังมีข้อดีและมีประโยชน์ต่อการทำ SEO อยู่บ้าง ถึงแม้ว่าจะรู้กันดีว่าอาจจะทำให้คอนเทนต์ไม่ติดและไม่ใช่คำค้นหาของคนส่วนใหญ่ก็ตาม แต่ก็ยังมีเหตุผลอีกหลายอย่างที่ควรเลือกวิธีนี้มาใช้

  • ช่วยลดคู่แข่งในการเพิ่มโอกาสติดคอนเทนต์ SEO ง่ายมากขึ้น
  • สามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ตามที่ต้องการได้
  • เลือกใช้คีย์ที่มีความหมายใกล้เคียงหรือคำที่มีความหมายกว้างๆ แต่ไม่กว้างจนเกินไป
  • เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการแบบเฉพาะเจาะจงได้ไม่ยาก
  • เพิ่มให้คนคลิ๊กเข้ามายังหน้าเว็บได้ดีขึ้น

โดยการเลือกใช้คำค้นหาที่มีโวลุ่มต่ำๆจะมีโอกาสค้นหาเว็บไซต์ของคุณได้ดีกว่า โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่มีการระบุความต้องการเฉพาะ เช่น รองเท้าฟุตบอล รองเท้าเทนนิส หรือจะเป็น รองเท้าส้นสูง การค้นหาก็จะปรากฎเว็บที่มีรองเท้าแบบที่คุณต้องการทันที ง่ายกว่าการใช้คำค้นหาเพียงแค่คำว่า “รองเท้า” เพียงคำเดียว

Long-Tail Keword คืออะไร มีประโยชน์หรือไม่?

ความหมายของ Long-Tail Keword คือ กลุ่มคำหรือวลียาวๆ มากกว่าสองคำขึ้นไป โดยจะเป็นการเจาะจงถึงแบรนด์สินค้าหรือบริการของตัวแคมเปญนั้นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคำที่มีความเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ ซึ่งจะมียอดการค้นหาที่ต่ำหรือไม่มีการค้นหาเลย แต่จะรวมกลุ่มคำที่ประกอบไปด้วย Short Keyword ยอดนิยมหลายๆคีย์ เป็นคำเดียวกันหรือวลีประโยค

Long-Tail-Keword

ซึ่งการใช้กลุ่มคำ Long-Tail Keword บางคีย์ไม่ได้มียอดการค้นหาต่ำเสมอไป เพราะบางคีย์เวิร์ดที่ยาวก็อาจจะมี Search Volume ที่สูงก็เป็นได้ แม้จะไม่สูงเท่า Keword เดียวก็ตาม แต่ค่าใช้จ่ายต่อหนึ่งการคลิก หรือ CPC นั้นสามารถอธิบายคุณสมบัติของกลุ่มคำจากการสร้างยอด Conversion สู่การเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น ดังนั้น รูปแบบ Long-Tail จึงเหมาะกับการทำการตลาดของกลุ่มธุรกิจที่ต้องการติดอันดับการค้นหาแบบ Organic ส่งผลให้การแข่งขันไม่สูง เพราะการเลือกใช้ Long-Tail Keword มีคู่แข่งน้อยกว่า การติดอันดับก็จะง่ายกว่าตามไปด้วยนั้นเอง

วิธีการดู Long-Tail Keword

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า คีย์เวิร์ดยาวๆ ส่วนใหญ่แล้วจะมี โวลุ่ม น้อยกว่าคีย์เวิร์ดสั้นๆ เพราะคนส่วนใหญ่แล้ว มักจะค้นหาจากสิ่งของที่ต้องการ เพียงแค่คำเดียวเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรการที่ใช้กลุ่มคำที่ยาวขึ้น ก็แสดงให้เห็นถึงการค้นหาแบบเจาะจงมากกว่า ทำให้มีโอกาสค้นหาเจอ สิ่งที่ต้องการมากที่สุด ซึ่งวันนี้เราก็จะพาทุกท่านไปดูกันว่า วิธีการดูคีย์เวิร์ดยาวๆ ที่น่าสนใจ ต้องดูจากอะไรบ้าง ดังนี้

จากคำแนะนำของ Google

วิธีแรกถือว่าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด เพียงแค่เราพิมพ์คำที่ต้องการใน google และทางเว็บก็จะแสดงคำแนะนำอื่นๆ ให้อย่างอัตโนมัติ โดยจะแสดงคำที่ได้รับความนิยมในการค้นหา ซึ่งเราก็สามารถเลือกคำเหล่านั้น นำมาใช้ได้เช่นเดียวกัน

คำแนะนำของ Google

แน่นอนว่าคำเหล่านี้มักจะถูกเรียกว่า รีเรทคีย์เวิร์ด หรือสิ่งที่ใกล้เคียง กับผู้ที่ค้นหานั่นเอง ทั้งนี้ถ้าหากได้คำที่ถูกใจแล้ว ก็ให้เรานำไปเช็คจำนวนการค้นหาอีกที เพื่อที่จะได้คีย์ที่ดีที่สุดในการทำ seo

รีเรทคีย์เวิร์ด

ศึกษาจากเว็บคู่แข็ง ที่มีอันดับดี

แน่นอนว่านี่คือวิธีที่หลายคนทำกัน เนื่องจากการทำเว็บ เราต้องดูเว็บคู่แข่ง ว่าเขาทำอะไร มีคีย์อะไรบ้าง เพื่อที่จะทำให้เราได้เห็นแนวคิดการทำเว็บตัวเอง ให้ดีกว่าเว็บคู่แข่ง ซึ่งเราก็สามารถดูเว็บคู่แข่ง และนำมาปรับแต่งให้ดีกว่า

ศึกษาเว็บคู่แข่ง

โดยเฉพาะเรื่องของคีย์เวิร์ดยาว ที่ถือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นสิ่งที่เพิ่มประสิทธิภาพ ของการทำอันดับการค้นหาได้เป็นอย่างดี

สังเกตพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย

อีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้ การใช้คีย์เวิร์ดยาว มีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือ การสังเกตพฤติกรรม การค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ยาก แต่จริงๆแล้วเราสามารถเช็คพวกนี้ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่สำคัญ ที่เราห้ามมองข้ามเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ความเข้าใจความต้องการของเป้าหมาย , การสอบถามความพึงพอใจ ของผู้ใช้บริการจริง , สังเกตจากเทรนด์สังคมออนไลน์ โดยทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราควรทำ เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ใช้เครื่องมือช่วยค้นหา

สำหรับการทำเว็บ เชื่อว่าทุกคนนั้นน่าจะมีตัวช่วยอยู่แล้ว เช่นเดียวกับที่เราจะแนะนำ เครื่องมือ seo ที่จะทำให้คนที่คิดไอเดียไม่ออก ว่าจะต้องเริ่มทำคีย์เวิร์ดยังไง เพื่อที่จะทำให้เว็บถูกค้นหามากที่สุด ไม่ต่างจากคีย์เวิร์ดสั้น ซึ่งเราสามารถจะใช้เครื่องมืออย่าง Google Trend เพื่อช่วยดูว่า คำค้นหาไหนที่ได้รับความนิยม จากผู้ใช้งานจริงบ้าง

Google Trend

นอกจากนั้นแล้ว ก็ยังสามารถดูข้อมูล Insights ของผู้ที่ค้นหาจากคำเหล่านี้ได้อีกด้วย ถือว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เรา ต่อยอดในการทำเว็บต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย

เทคนิคการทำ seo จากการใช้ Low Search Volume

เราจะพาทุกท่านไปดู เทคนิคในการเลือกใช้คีย์เวิร์ด ที่ทำให้เว็บมีผลลัพธ์ ในการค้นหาด้วย คีย์เวิร์ดที่มีโวลุ่มน้อยๆ ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งจะมีเคล็ดลับอะไรบ้าง ที่จะทำให้เรา ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการทำ คอนเทนต์ จำนนวนมาก นอกจากนั้นแล้ว ยังทำให้เราติดอันดับจากการค้นหา ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมโดยจะมีรูปแบบ และขั้นตอนอะไรบ้าง วันนี้เรารวมมาให้ทุกท่านได้อ่านกันแล้ว

เลือกใช้คีย์เวิร์ด ที่มี User Intent สูง

User Intent คือเจตนาหรือความต้องการของผู้ค้นหาข้อมูล ซึ่งอาจจะมาคู่กับคำว่า Search Intent ที่แปลว่า เจตนาในการค้นหา ก็ได้เช่นกัน ซึ่งผู้ใช้งานจะใช้ Keyword เป็นตัวกำหนดจุดประสงค์ในการค้นหาอย่าง

  • ข่าวสารความรู้
  • การทำธุรกรรม
  • ใช้เพื่อเพื่อนำทางในการไปถึงข้อมูลอื่นๆ

ซึ่งการเลือกใช้คีย์เวิร์ดแบบโวลุ่มต่ำ เราสามารถเลือกใช้คำให้สอดคล้องตามความต้องการของผู้ค้นหาได้ สำหรับแบรนด์ที่มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะก็สามารถสร้างคีย์เวิร์ดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ด้วยเช่นกันอย่างคำว่า “running shoes” กับ “best running shoes”

การเลือกใช้คีย์เวิร์ด

คนที่ค้นหาด้วย Keyword : best running shoes ในปัจจุบันนั้นส่วนมากจะต้องการข้อมูลและรีวิวเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อรองเท้าวิ่งด้วยเช่นกัน ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่คนๆ นั้นต้องการจะซื้อรองเท้าวิ่ง แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าต้องการแบบไหน แบรนด์อะไรหรือสถานที่ๆ จะไปซื้อ โดยจุดประสงค์จะเน้นไปที่การหาข้อมูลตามเว็บไซต์และร้านค้าที่อยู่ใกล้เคียง

Search google

แต่สำหรับคนที่ค้นหาด้วย Keyword : running shoes จะมีผลลัพธที่แตกต่างกันออกไป โดยข้อมูลที่ได้จะเป็นแบรนด์ต่างๆ ที่ขายรองเท้าวิ่งแทน ซึ่งคนกลุ่มนี้ตัดสินใจได้แล้วว่าต้องการซื้อรองเท้าวิ่งแบรนด์ไหน รุ่นอะไร หรือกลับกันอาจจะเป็นคนที่ต้องการหาข้อมูลในวงกว้างมากๆ ก็มีความเป็นไปได้

Long Tail Keywords

วิธีเลือกใช้งาน Long-Tail Keword ที่มีผลลัพธ์ที่ดี

จากภาพตัวอย่างด้านบนจะเห็นได้ว่ากลุ่มคำที่เป็น Long Tail Keywords เหล่านี้จะมียอดการค้นหาหรือ Search Volume ต่อเดือนค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 10 – 20 ครั้งต่อเดือนเท่านั้น แม้อาจถูกมองว่าเป็นยอดค้นหาที่น้อยแต่กลุ่มคำเหล่านี้ตอบโจทย์ได้ดีมากสำหรับเว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดใหม่และต้องการเลี่ยงที่จะไม่ไปแข่งขันกับเว็บไซต์เจ้าใหญ่ๆ ได้ด้วยเช่นกัน

คีย์เวิร์ดตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

ทำให้คีย์เวิร์ด ตอบโจทย์กับกลุ่มเป้าหมาย

ในกรณีที่แบรนด์หรือสินค้าของเรานั้นมีความเฉพาะเจาะจง หรือไม่ได้อยู่ในกระแสความต้องการของคนกลุ่มใหญ่ เราสามารถวางแผนด้วยการใช้ LowSearchVolume Keywords มาทำให้เกิดผลลัพธ์และเข้ากับแคมเปญได้ดังนี้

  • สามารถปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มยอดให้กับเว็บไซต์ของเราได้ แต่ผลลัพธ์อาจจะไม่สูงมากนัก
  • การกระทำเหล่านี้จะเข้าข่าย E-A-T ซึ่งทำให้คอนเทนต์ของเรานั้นมีความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้ลำกับ SEO ของเรานั้นสูงขึ้นตามมาด้วย

เลือกใช้คีย์เวิร์ด ประเภท Low-Hanging Fruit

ในมุมมองของการตลาดหรือทางธุรกิจ เรามักจะได้ยินประโยคที่พูดกันบ่อยๆ ว่า “Low-Hanging Fruit” หรือแปลตรงๆ ได้ว่า “ผลไม้ที่ห้อยต่ำ” ซึ่งอาจจะฟังดูแปลกๆ ไปบ้างแต่จริงๆ แล้วมันมีความหมายว่า กลยุทธ์การเก็บเกี่ยวเพื่อผลประโยชน์ระยะสั้นแต่เห็นผลง่าย โดยเทคนิคนี้จะนิยมหยิบเอามาแทรกอยู่ในกลยุทธ์ที่เห็นผลระยะยาว เพื่อเพิ่มเส้นทางและโอกาสทำกำไรที่มากกว่า

สำหรับความหมายของ Low-Hanging Fruit ในการทำ SEO คือการทำให้เว็บไซต์ขึ้นมาติดอันดับด้วยการใช้ Low Search Volume Keyword แม้วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้ไม่ดีที่สุด แต่ก็เป็นสิ่งที่นักการตลาดส่วนมากหยิบมาใช้ควบคู่ไปกับกลยุทธ์รูปแบบอื่นๆ เพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ แต่ก็มีส่วนช่วยในการดัน SEO ของเราให้มีอันดับที่ดีขึ้นได้ และประเภท Keyword ของ Low-Hanging Fruit จะมีลักษณะที่สังเกตได้ง่ายๆ ดังนี้

  • มีอัตราการแข่งขันหรือคู่แข่งที่น้อยมากๆ
  • ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายโดยตรงหรือเฉพาะเจาะจงเท่านั้น
  • เป็น Keyword ที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจอยากซื้อสินค้า เข้ามาใช้บริการหรือกระทำบางอย่างเพื่อให้เกิด Conversion ขึ้น
  • เป็น Keyword ที่คู่แข่งไม่ได้ใช้หรือคาดไม่ถึง ช่วยให้เรามีโอกาสติดอันดับได้ง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับการใช้ Low Search Volume นับว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่นักการตลาดส่วนใหญ่เลือกใช้ควบคู่ไปกับเทคนิค SEO อื่นๆ เพื่อช่วยเพิ่ม Traffic และ Conversion ให้กับเว็บไซต์ด้วยการเลือกใช้คำที่เฉพาะเจาะจง ไม่ได้เป็นคำที่มีกระแสการแข่งขันสูง และการมี Long-Tail Keyword เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยนั้นจัดว่าเป็นอาวุธที่ดีเลยทีเดียว นอกจากจะทำให้ SEO ของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ ของการค้นหา เพิ่มโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำและนำมาสู่ยอดขายที่มากขึ้นในอนาคต