Google AI ส่งผลยังไงต่อการทำ SEO และการจัดอันดับเว็บไซต์

Google AI

Google AI นวัตกรรมสุดล้ำ ที่อาจทำให้คำกล่าวที่ว่า “ในอนาคต เอไอจะยึดครองโลก และมนุษย์จะไม่มีงานทำ” อาจไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่าง กูเกิ้ล พัฒนาออกมา จะส่งผลต่อการ ทำงานของมนุษย์อย่างไร  อะไรคือสิ่งที่นัก SEO ต้องเรียนรู้ บทความนี้จะพาคุณไป วางแผน เตรียมตัว เพื่อรับมือการมาของ นวัตกรรม AI Writer ใน Google Search พร้อมอัพเดต เทรนด์ การทำอันดับ ล่าสุด ที่คุณจำเป็นต้องรู้ ในปี 2021

รู้จัก Google AI  คืออะไร มีผลต่อการทำ seo  อย่างไร

google ai คือ

Google AI ระบบปัญหาประดิษฐ์ที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง  (Machine Learning Model)  ถือเป็น นวัตกรรมใหม่ ที่นักวิจัย และนักพัฒนาของกูเกิ้ล ให้ความสำคัญ ในการสรรสร้าง และผลิตออกมา เพื่อให้ผู้ใช้ Search Engine ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายมากขึ้น

ซึ่งนวัตกรรมที่พัฒนามาจากระบบ AI และเกี่ยวข้องกับการทำ SEO ที่หลายคนน่าจะเคยรู้จัก หรือ ใช้งานกันมาก่อน ก็จะมี

  • Google Search เทคโนโลยีจัดอันดับคำค้นหา ที่เกี่ยวข้อง ให้คุณสามาถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายมากขึ้น
  • Google Translate เครื่องมือแปลภาษา ที่แค่พิมพ์ หรือ ก็อปวาง คำศัพท์ ที่ต้องการจะรู้ ก็สามาถเข้าใจความหมายได้ทันที
  • Siri และ Alexa ระบบโต้ตอบอัตโนมัติด้วยคำสั่งเสียง ที่จะใช้ฐานข้อมูลจากกูเกิ้ล ในการค้นหาคำตอบ

โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ จัดว่าเป็นเทคโนโลยีที่คาดว่าจะมีผลต่อการ ทำอันดับสูงๆ ในอนาคต โดยเฉพาะระบบ Google Search ที่ในปัจจุบัน เอไอ นั้นเริ่มที่จะเรียนรู้ในการคัดแยก คีย์เวิร์ด ที่เกี่ยวข้อง และตัดหาเนื้อ บทความ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกไป ทำให้หากอยากจะทำอันดับให้ได้สูงๆ นักเขียนคอนเทนต์ ต้องสร้างเนื้อหา บทความ SEO ที่ผู้เสิร์ชต้องการจะอ่านจริงๆ

อธิบาย วิธีการทำงานของ ai ใน Google Search

การทำงานของ ai google

ระบบ ai ใน Google Search นั้น มีความสำคัญอย่างมาก ในการจะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่สูงขึ้น โดย วิธีการทำงานของ กูเกิ้ลเสิร์จ สามารถสรุปแบบสั้นๆ ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ระบบจะทำการเก็บข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง ทั้งหน้าเว็บ เนื้อหาที่ผู้ใช้ส่ง ฐานข้อมูลสาธารณะในอินเทอร์เน็ต และฐานข้อมูลอื่นๆ
  • จากนั้นระบบจะทำการรวบรวมข้อมูลที่ได้มา เพิ่มลงในรายการหน้าเว็บที่รู้จัก ดังนั้นหากใครทำเว็บแล้วไม่ติดอันดับสักที ควรศึกษาเรื่องการทำ เว็บให้มีความน่าเชื่อถือ จาก backlink
  • เมื่อรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ได้แล้ว ระบบจะทำการ จัดทำดัชนี โดยคำนวณจาก ความเข้าใจเนื้อหา เลย์เอาท์ เพื่อนำไปจับคู่กับ ในหมวดหมู่ และ คีย์เวิร์ด สำหรับผู้ที่ต้องการเสิร์จให้เข้ามาเจอ content
  • เมื่อทำการจัดทำดัชนี เสร็จแล้วว่า คอนเทนต์ หรือ เว็บไซต์ ของคุณอยู่ในหมวดหมู่ไหน ระบบก็จะทำการจัดอันดับ โดยวัดจาก คำตอบที่ตรง มีคุณภาพ เหมาะสม และองก์ประกอบอื่นๆ ทั้งจาก สถานที่ ภาษา และอุปกรณ์ผู้ใช้ค้นหา (คอมพิวเตอร์,มือถือ) ว่า บทความไหน เหมาะสมที่จะถูกนำไปไวในอันดับต้นๆ มากที่สุด

ดังนั้นเราจะเห็นว่า การทำงานของ ai นั้นจะมีการคัดเลือก และ เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา การเขียนบทความประเภท เดิมๆ ซ้ำๆ อาจทำให้ความน่าเชื่อถือ  และส่งผลให้การวัดดัชนี ในการการจัดอันดับลดลง

ส่วนผู้ที่อยากทำให้เว็บไซต์ติดอันดับสูงๆ ก็ควรศึกษา วิธีวางแผนคีย์เวิร์ด และ ทำให้หน้า เว็บไซต์โหลดได้รวดเร็ว รองรับกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ทุกรูปแบบ ที่สำคัญ ควรอัปเดตเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และคอยเพิ่มคอนเทนต์ให้มีความสดใหม่อยู่เสมอ

การอัปเดต Google AI มีผลยังไงต่อการทำ seo

ai google logo

ทุกครั้งที่ Google อัปเดทระบบ AI ใหม่ จะส่งผลต่อการจัดอันดับการค้นหาเว็บไซต์ที่จัดอันดับโดยกูเกิ้ล บางอย่างมีผลกระทบต่อการค้นหาเพียง 7% แต่การเปลี่ยนแปลง BERT กลับส่งผลกระทบต่อการค้นหาบางอย่างมากถึง 10% เลยทีเดียว

นั่นเป็นเพราะการทำการตลาดออนไลน์มีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ และส่วนใหญ่ก็ต้องการให้เว็บไซต์ของตนเองอยู่ในอันดับที่ดีที่สุด ดังนั้นการเรียนรู้ หลักการ SEO เบื้องต้น จึงเป็นทางเลือกที่คนส่วนใหญ่มักจะทำ แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ตามเป้าหมายเสมอไป เพราะการทำเอสอีโอจะต้องเจอกับด่านสุดหินอย่าง Algorithm นั่นเอง

อัลกอริทึมจะมีหน้าที่ในการคัดกรองและจัดอันดับคุณภาพของเว็บไซต์ต่างๆ การอัปเดทของกูเกิ้ลจึงมีผลต่อการทำ SEO อย่างมาก ดังนั้นถ้าอยากให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับที่ดีที่สุดของการค้นหา คุณจะต้องรู้จัก Algorithm ให้มากที่สุด สำหรับการอัปเดทที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO มีดังนี้

Google BERT ระบบประมวลคำที่เกี่ยวข้องจาก KW ข้างเคียง

google bert

BERT ( Bidirectional Encoder Representations from Transformer ) หรือชื่อเดิม Rankbrain คือ Google AI เวอร์ชั่นล่าสุดที่ถูกพัฒาเพื่อให้เข้าใจภาษามนุษย์หรือเจตนาของผู้คนหามากยิ่งขึ้น โดยมีการเปิดเผยจากทาง Google Inc. ว่าเจ้า AI ตัวนี้ได้เปิดให้นักพัฒนาจากทั่วโลกได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อต้องการให้เข้าใจสิ่งที่ผู้คนหาทั่วโลกได้ข้อมูลที่ต้องการตรงที่สุด

ไม่เพียงแค่ทำให้เข้าใจคำศัพท์ของมนุษย์มากยิ่งขึ้นเท่านั้น อัลกอริทึม BERT ยังช่วยทำให้ผู้ค้นหาได้ข้อมูลที่ตรงกับการค้นหาค้นหามากที่สุดอีกด้วย นอกจากผู้ค้นหาจะได้ข้อมูลที่ตรงตามที่ต้องการแล้ว ทางด้านเว็บไซต์เหล่านั้นก็ยัง Traffic ที่มีคุณภาพกลับไปอีกด้วย

Passage Ranking จัดอันดับการค้นหาด้วยคำที่เฉพาะเจาะจง

ในอดีตการค้นหาแบบเจาะจงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ปัจจุบันไม่ใช่อีกต่อไป เพราะเมื่อไม่นานมานี้ Google ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาให้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น ด้วยการ ‘’จัดอันดับของย่อหน้า’’ รวมถึง ‘’ข้อความในแต่ละบรรทัด’’ จึงทำให้การค้นหาแบบเจาะจงได้ข้อมูลตรงตามที่ต้องการมากขึ้น

เมื่อทำการค้นหาข้อมูลที่เจาะจง เช่น ส่วนประกอบของ..มีอะไรบ้าง , วิธีทำ…. หรือหา ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงต่างๆ กูเกิ้ลจะแสดงข้อความที่ตรงหรือใกล้เคียงกับย่อหน้าและบรรทัดเหล่านั้นในทันที

Passage Ranking

แม้การทำงานของ Passage Ranking จะทำให้การค้นหาคำแบบเฉพาะเจาะจงง่ายขึ้น และได้ข้อมูลที่ตรงกับที่ผู้ที่ค้นหามากยิ่งขึ้น แต่การจัดอันดับของ Page Ranking ก็ยังจัดอันดับจาก คีย์เวิร์ดหลัก ( Primary Keyword ) อยู่เช่นเดิม

แม้ทาง John Mueller : Senior Webmaster Trends Analyst จาก Google จะพูดว่าไม่จำเป็นต้องปรับ  Passage Ranking ให้ติดอันดับของการค้นหา เพราะทางกูเกิ้ลจะเป็นผู้จัดอันดับเองก็ตาม แต่การปรับเนื้อหาให้ตรงกับสิ่งที่ผู้ค้นหาต้องการต้องการก็เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง

ดังนั้นถ้าอยากได้ทราฟฟิกจากผู้ค้นหาและต้องการติดอันดับของกูเกิ้ล เรามีคำแนะนำง่ายๆให้นำไปใช้กันตามนี้

  • เขียนเนื้อหาโดยการเพิ่ม ‘’คำเฉพาะเจาะจง’’ ให้มากยิ่งขึ้น วิธีการหา Long-Tail Keywords ก็สามารถหาได้จากเครื่องมือต่างๆเช่น google keyword planner , keywordtool , Autocompleted ฯลฯ หรือค้นหา คีย์เวิร์ดใกล้เคียง บนกูเกิ้ล
  • ในย่อหน้าแรกและทุกๆย่อหน้า ควรเขียนเนื้อหาให้กระชับและได้ใจความมากที่สุด เพื่อให้กูเกิ้ลนำข้อความหรือย่อหน้าเหล่านั้นไปแสดงให้กับผู้ที่ค้นหา
  • แบ่งย่อหน้าให้มากขึ้น รวมถึงควรแบ่งหัวข้อให้มากขึ้นกว่าเดิม
  • ปรับองค์ประกอบต่างๆของการทำ SEO ให้ถูกต้อง เพื่อที่จะทำให้อัลกอริทึมมองว่าเว็บของเราเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ จากนั้นเก็บทำรายงานไว้ประเมินผลงาน และ ระยะเวลาทำ SEO ใช้เวลามากน้อยแค่ไหน

Subtopics หัวข้อย่อยทำให้เว็บไซต์น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

Subtopics

Subtopics คือการแสดงผลการค้นหาหัวข้อย่อยของคอนเทนต์ หรือเรียกอีกอย่างว่า H2-H3 ที่ถือเป็นตัวกำหนดคุณภาพของคอนเทนต์ ดังนั้นการสร้างสรรค์หัวข้อย่อยต้องมีความแตกต่างไม่เหมือนใครโดย Google จะใช้โครงข่ายประสานเทียมเพื่อทำความเข้าใจ หัวข้อย่อย ที่เชื่อมโยงกับสิ่งที่ผู้ค้นหาสนใจ ช่วยให้เนื้อหามีความหลากหลายเมื่อใช้การค้นหาแบบกว้าง

กางวางกลยุทธ์หรือการสร้างเนื้อหาให้ติดอันดับของ Subtopics ควรเลือกใช้ คีย์เวิร์ดรองสร้างหัวข้อย่อยทั้งในแบบ ซัพพอร์ต และ บล็อกโพสต์ หรือใช้คำที่เกี่ยวข้องกับ Keyword

Key Moments in Videos

Key Moments

การแสดงช่วงเวลาสำคัญของวิดีโอในผลการค้นหา โดยใช้ Google Al หลังจากที่ Google ได้อัปเดตทำให้สามารถเข้าใจความหมายของวีดิโอพร้อมระบุช่วงเวลาสำคัญได้แบบอัตโนมัติ ข้อดีของการใช้ Key Moments in Videos สามารถแท็กช่วงเวลาสำคัญในวิดีโอโดยแบ่งออกเป็นท่อน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกช่วงเวลาในวีดิโอที่ต้องการดูบนหน้าผลการค้นหาได้อย่างง่ายดาย สิ่งสำคัญของการสร้างเนื้อหาเพื่อให้ตอบโจทย์ของ Key Moments in Videos มีดังนี้

  • แบ่งเนื่อหาแต่ละช่วงของวิดีโอออกเป็นหัวข้อย่อย
  • แต่ละช่วงให้กำกับด้วย คัย์เวิร์ดหลัก
  • อธิบายเนื้อเรื่องเป็นขั้นตอน
  • ใส่ Subtitle บนวีดีโอ
  • สร้าง Timestamps ใน YouTube Video

Google Al หรือปัญญาประดิษฐ์ เป็นระบบที่สามารถเข้าใจคำพูดและบริบทเนื้อหาของมนุษย์ด้วยการประมวลผลจากการจับคีย์เวิร์ดในเนื้อหาแต่ละช่วงแบ่งออกเป็นช่วงเวลาในรูปแบบของ Key Moments in Videos ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อการทำอันดับ SEO Youtube

การอัปเดตอื่นๆเกี่ยวกับ Google AI

หลังจากที่ Google ได้มีการปรับปรุงเพื่อให้ระบบทำความเข้าใจคำที่สะกดผิด โดยให้เหตุผลว่า ทุกวันนี้คำค้นหา 1 ใน 10 ส่วนใหญ่จะสะกดผิดอย่างเช่น Spelling Algorithm เป็นการสะกดคำแบบใหม่ที่ใช้โครงข่ายประสานเทียมแบบลึก ซึ่งช่วยปรับความสามารถในการสะกดคำผิดซื้อทาง google ได้ออกมากล่าวว่า การอัปเดตในครั้งนี้ช่วยให้สพกดคำได้ดีมาก

Google ได้ดำเนินโครงการ Data Commons หรือฐานข้อมูลแบบเปิดโดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับ “ข้อมูลทางสถิติ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าบริษัท, การเงิน หรือจำนวนประชากร ข้อมูลทั้งหมดได้รับความร่วมมือจาก U.S. Census, Bureau of Labor Statistics, World Bank และบริษัทอื่นๆ แต่ในปัจจุบัน google สามารถหาแหล่งข้อมูล เหล่านี้ได้อย่างง่ายดายปร ถือเป็นประโชยน์ให่กับผู้ค้นอย่างมาก

สิ่งที่คนทำ SEO ต้องปรับตัวหากมี AI Writer

AI Writer

Al หรือ Artificial Intelligence เป็นระบบที่มีความฉลาดเหมือนหรืออาจจะเหนือกว่ามนุษย์ เพราะนอกจากทำงานยังสามารถตัดสินใจหรือแก้ไขปัญหาได้เหมือนมนุษย์ โดยถูกนำไปใส่ไว้ในอุปกรณ์สำคัญเช่น หุ่นยนต์, รถ และ Application ปัจจุบันได้มีการพัฒนาถึงเวอร์ชั่นที่ 3 ที่สามารถเขียน Content SEO ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเมื่อ AI writer สามารถทำบทความได้เหมื่อนคน การปรับตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทำ SEO เริ่มจาก

  1. ศึกษาและทำความเข้าใจการทำงานของ AI writer เพื่อนำไปทดลองใช้งาน
  2. Content ที่ออกมาจาก AI writer นอกจาก Copy/Paste แล้วควรมีการ Edit ปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้มีความน่าสนใจมากขึ้น.
  3. Digital Marketing เกือบทุกประเภทที่มี AI writer บางตัวจะไม่ซัพพอร์ททุกภาษาดังนั้น การทำ Content ภาษาไทยจึงเป็นเรื่องยากสำหรับ AI writer

โลกของเราไม่เคยที่จะอยู่หมุน และเทรนด์เทคโนโลยี ก็มีแต่จะก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นหากคุณยังยึดติดอยู่กับอะไรเดิมๆ และไม่คิดจะค้นหาความรู้ใหม่ๆ ไว้พัฒนาสกิลตนเอง ก็อาจจะทำให้ AI ที่พัฒนาตนเองตลอดเวลา ก้าวขึ้นมาแทนที่คุณได้ทุกเมื่อ และ Google AI ก็ถือว่าเป็น เทรนด์ SEO 2021 ที่คนอยากจะพัฒนาสกิล ต้องรู้จักและพยายามเรียนรู้ เหมือนที่ therankone มุ่งหน้าที่จะเป็น อันดับ 1 ในทุก Keyword